seo สายเทา สายขาว ต่างกันอย่างไร

ขึ้นชื่อว่าการ ทำ seo สายเทา หรือสายขาว นั้นมักจะเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนมากๆ เพราะถ้าหากคุณเป็นนักการตลาดออนไลน์มือใหม่ ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้รองลงมาจากการทำเว็บไซต์ เพราะเมื่อเว็บไซต์ของเรานั้นเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปนั่นคือการต่อยอดให้เว็บไซต์มีผู้ชมเพิ่มขึ้นเพื่อหวังผลลัพธ์ในครั้งถัดไป

การทำ SEO ในรูปแบบต่าง ๆ

  1. Seo สายขาว

การทำสายขาวนั้นมีความหมายและนิยามที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเน้นทำให้เว็บไซต์นั้นติดอันดับที่ยั่งยืนด้วยการทำลิงค์ย้อนกลับที่มีคุณภาพ เช่น

  • การพัฒนาเนื้อหาที่ให้ข้อมูลและน่าสนใจสำหรับเว็บไซต์ Google bot จะอ่านเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายขึ้นหากคุณสนับสนุนทั้ง Google bot และ User Friendly Optimize Coding
  • สร้างลิงก์ย้อนกลับคุณภาพสูงผ่านการเผยแพร่เนื้อหา เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูง (High Domain Authority) เนื่องจากสามารถช่วยปรับปรุงอันดับเว็บไซต์ของคุณได้ และปลอดภัย
  • การเขียนบทความที่ปรับให้เหมาะกับเครื่องมือค้นหาจะส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มการเข้าชมแบบออร์แกนิกที่มายังเว็บไซต์ของคุณด้วย การเขียนบทความ SEO อาจช่วยได้เช่นกัน
seo สายขาว
  1. SEO สายเทา

การทำseo สายขาวว่ายากแล้ว แต่การทำ seoสายเทา นั้นมีความยากขึ้นไปในอีกระดับ เพราะต้องหา Backlinks ที่ยอมรับในส่วนของสายเทาได้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเรามักจะเห็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ต่างๆ ยอมให้ลงแบนเนอร์ และ guestpost ในรูปแบบสายขาวซะเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงการสร้างลิงค์จากภายนอกในแบบต่างๆ ด้วย แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมีช่องทางในการหาลิงค์ย้อนกลับได้ไม่ยาก ผ่าน 4 ช่องทางในรูปแบบดังนี้

  • การทำ Seo สายเทา

การทำการตลาดด้วยวิธีธรรมชาติและใช้ระยะเวลานานที่สุด ต้องมอบให้กับการทำ SEARCH ENGINE OPTIMIZATION หรือ Seo เพราะกระบวนการในรูปแบบนี้นั้นต้องใช้ระยะเวลาและความทุ่มเทพอสมควร อาจไม่เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่ม เหมือนกับการลงโฆษณา Facebook ads แต่ในส่วนของความคุ้มค่านั้นมีมากกว่า และจะคงอยู่ในระยะยาวแม้ว่าเราเลิกทำไปแล้วก็ตาม

SEO สายเทานั้นทำอย่างไร

เมื่อพูดถึงการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา ยังมีกลยุทธ์แบบ “สายเทา” ที่รวมเอาองค์ประกอบต่างๆ ของทั้งแนวทางแบบ “สายขาว” และ “สายดำ” เข้าไว้ด้วยกัน White Hat SEO ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ Google ในขณะที่ Black Hat SEO ใช้ช่องโหว่ในอัลกอริทึมของ Google เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะต่ำกว่าการทำ SEO แบบหมวกดำ